Mukmik Space

Just another WordPress.com site

Action = Reaction

Action = Reaction ถ้าเป็นในทางวิทยาศาสตร์เป๊ะๆ ตามที่คิดไว้แต่ต้นแล้วแปลได้ว่า แรงที่วัตถุที่หนึ่งกระทำต่อวัตถุที่สอง ย่อมเท่ากับ แรงที่วัตถุที่สองกระทำต่อวัตถุที่หนึ่ง แต่ทิศทางตรงข้ามกัน (วิชาการไปไหนจ๊า) ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราปาลูกบอลใส่กำแพงด้วยความแรง ยิ่งแรงเท่าไรลูกบอลก็จะกระดอนกลับมาด้วยความแรงเท่านั้นเช่นกัน

Action = Reaction ถ้าเป็นในทางพุทธศาสนา อาจจะแปลได้ว่าก่อกรรมทำชั่วอะไรไว้ กรรมก็จะตามสนองเท่ากับความชั่วร้ายที่ได้ทำไว้เท่านั้น หรือในทางกลับกันถ้าเราทำดีเราก็จะได้สิ่งดีๆ กลับมาเช่นกัน ตามสำนวนที่ว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วนั่นเอง

Action = Reaction ถ้าในทางปรัชญาจีนแล้ว อาจจะเหมือนกับสุภาษิตที่ว่า ใครไปกระทำผู้ใดให้แค้นเคืองก็จะต้องถูกชำระแค้น จนกลายเป็นแค้นนี้ต้องชำระ หรือแก้แค้นสิบปีไม่สาย อะไรเทือกๆ นั้นน่ะค่ะ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า

Action = Reaction  บางทีเรามองคนบนท้องถนน มองขอทาน มองคนเร่ร่อน มองคนร่ำรวย บางคนหน้าตาเห่ยแต่แฟนหล่อโคตรๆ ทุกอย่างมีที่มาและที่ไป เขาทำอะไรมาถึงต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้ เขาไปจีบกันอีท่าไหนถึงได้แฟนหล่อขนาดนั้น ก่อนที่จะมาถึงจุดๆ นี้ มันต้องผ่านจุดเริ่มต้น จนในที่สุดก็มาถึงสถานะที่เราเป็นอยู่ ซึ่งล้วนมาจากการ Action ของเราในอดีตที่ผ่านมาทั้งนั้น และสิ่งที่เรามีอยู่ในปัจจุบันก็คือ Reaction ของการ Action ของเราเอง ต้องขอขอบคุณ เซอร์ ไอแซค นิวตัน ที่ค้นพบกฎของธรรมชาติข้อนี้ แม้สิ่งที่เขาคิดในตอนแรกจะนำมาใช้ในการคำนวณหาแรงของวัตถุกระทำต่อวัตถุเท่านั้น แต่สิ่งที่เขาค้นพบนี้ ยิ่งใหญ่ ยืนยง แท้จริง และครอบจักรวาล เป็นทั้งกฎ ทั้งปรัชญา ทั้งแนวคิด และหนทางประสบความสำเร็จอีกด้วย ดังที่เคยมีคนกล่าวไว้ว่า “ความสำเร็จไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง” Action = Reaction เป๊ะ!

บทความโดย : HappyAnncan

m300428

Action = Reaction ของความรัก  เมื่อเราได้รักใคร สักคน จำเป็นต้องได้ความรับตอบหรือไม่ บางที อาจจะมี ความรักละมั้ง ทีหลุดจากกฎข้อนี้ เพราะ บางทีเรารักใครสักคนไม่จำเป็นต้องได้รับตอบก็ได้ ขอแค่ได้รักก็พอ  เพราะคนบางคนผ่านมาได้รัก ไม่ได้เกิดมาเพื่อคู่กัน … บางทีจุดเล็ก ๆ เพียงจุดหนึ่ง ได้เปลี่ยนความรู้สึก  ไปตลอดกาล  เมื่อได้รักใคร แล้ว ไม่ว่า จะรัก พ่อ แม่ รัก เพื่อน รัก ใครสักคน   ทำให้พวกเค้ารู้เถอะค่ะ ว่า เรารักเค้า  แสดง ออก เถอค่ะ พูดออกมา เถอะค่ะ  แล้ว ความรักขอบคุณ จะไม่ได้ไม่ต้องหลุด ออกจากกฎ ของ Action = Reaction

Action = Reaction ในชีวิตประจำวัน มีให้เห็นเยอะมากมาย แต่ หลาย ๆ อย่าง ก็เป็น Reaction มา โดยที่เราหา Action ไม่เจอ ว่า เคย ไปทำ Action กับเค้าตอนไหน ถึง ได้รับ Reaction กลับมาแบบนี้ อาจจะเข้ากฎแห่งกรรม ก็เป็นได้ว่าเคยสร้างAction ไว้เมื่อชาติก่อน และ มารับ เอา Reaction เอาในชาตินี้   ตัวอย่าง จากเพื่อนสาว อีกคนที่มานั่งตีหน้าเศร้า เล่าความในใจให้ฟัง ว่า “ทำไมไม่มีใครเข้าใจเขา  ทำไมไม่มีคนรักเค้าเลย”  เวลาพูดอะไรกับใคร ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง หลังๆ มาใคร ๆ ไม่สนใจ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่  ก็ She เป้นคนอารมย์ร้อน ฟังความคิดตนเองเป็นใหญ่ อยากได้ความคิดของคนอื่น แต่กลับไปว่าเค้าว่าโง้นงี้ แล้วก็จารไนความคิดตัวเอง บลา ๆ ว่า ของฉันดี กว่า งี้งั้น แล้ว งี้ ใคร จะไปออกความคิดเห็นละคร้าบ  พูดไปพูดมาทะเลาะกันซะง้าน … 555 งานเข้าคนออกความคิดเห็น ก็เล่น เป็นคนอารมย์ร้อน ขี้น ๆลงๆ โกรธง่าย หายเร็ว ตอนดีก็ดีใจหาย แต่ตอนขี้น นี่ สิค่ะ  พายุเข้า ใครก็เอาไม่อยู่ ถึงกับจะฆ่าใครได้สักคน จนหลาย ๆคนเอือมระอา เพราะเป็นคนเข้าถึงยาก  แบบว่าอิโก้แรงมว๊ากกกก   เธอเชื่อ อะไรแล้วอย่าได้เปลี่ยนความเชื่อเธอเลย  ยากยิ่งกว่าเข็นครกขี้นภูกระดึง  วันนึง เธอมานั่ง ระบายให้ฟัง ก็ไม่อยากจะบอกเลยอะนะ ว่า เพราะเธออะแหละ  เท่วฟาดงวงฟาดงา ใส่ใครต่อใคร เค้า พออารมย์ดี จะมาเล่น ตีสนิทเหมือนเดิมนั้นไม่มีใครหน้าไหน เค้าจะสนิทใจด้วยแล้ว  และตอนนี้มานั่ง คิดเสียใจ  ………….. แก้ว ที่ร้าว มัน ผสานให้สนิทไม่ได้ หรอก  อารมย์แรงมา  ก็ได้รับความรู้สึกแรง ๆ กลับไป

 

 

โดย :Mukmik

Advertisements
3 ความเห็น »

Galaxy SIII My Specs

 Galaxy SIII……….  หลาย ๆ อย่าง ที่ ในอดีต เป็นเรื่องเหลือเชื่อ และ เป็นไปไม่ได้ และมักจะอยู่แต่ในหนัง  แต่บางอย่างมันเกิดขี้นแล้ว

Specs

  • จอ 4.8 นิ้ว HD Super AMOLED
  • มาพร้อมกับ Android 4.0.4 Ice Cream Sandwich พร้อม TouchWiz แบบใหม่ เรียกว่า Nature UX (แบบธรรมชาติสวยดีฮะ)
  • ขนาดเครื่องความสูงพอๆกับ Galaxy Nexus แต่อ้วนออกด้านข้างมากกว่า มีรูปด้านล่างให้ดูจ้า (เหมือนสาวๆบางคนรึเปล่า อิอิ แซวนะจ้ะ >_<)
  • CPU สี่หัว Quad Core (ชื่อทางการ Exynos 4 Quad รหัส 4412) แหล่งข่าวบอกว่า 1.4 Ghz
  • RAM 1Gb ตามปกติทั่วไป
  • กล้องหน้า 1.9 ล้าน กล้องหลัง 8 ล้าน แต่มีการปรับปรุงคุณภาพเซนเซอร์และเลนส์ (อันนี้ไม่แน่ใจต้องรอดูทางการอีกทีว่ามีอะไรบ้าง) แต่มี Zero Shutter Lag ถ่ายได้ 3.3 ภาพต่อวินาที มีโหมดที่ถ่ายรัวๆแล้วเราเลือกภาพได้
  • Design โค้งมน มาสองสี ขาว กับ น้ำเงินเข้ม
  • มาพร้อมความจุ 16GB / 32GB / 64GB และเพิ่ม MicroSD ได้
  • ตัวเครื่องหนา 8.6 มิลลิเมตร หนัก 133 กรัม
  • Battery 2100 mah ถือว่าเยอะพอสมควร (HTC One X อยู่ที่ 1800mah Galaxy Nexus อยู่ที่ 1750mah)
  • S Voice = ระบบสั่งการด้วยเสียง ถามข้อมูลได้ เปิด App ได้ เหมือนๆ Siri ของทางนู้นเขา
  • Social Tag = เพิ่ม Tag คนในรูปที่เราถ่ายได้ โดยเมื่อเรา Tag หน้าคนๆนั้นแล้ว ภายหลัง Galaxy S3 จะจดจำแล้ว Tag ให้อัตโนมัติ ซึ่งเวลาถ่ายรูปทีหลังเสร็จแล้ว เราสามารถจิ้มหน้าคนนั้นเพื่อเปิดดูสถานะ Social แล้วเลือกช่องทางติดต่อได้ เช่น E-mail หรือ SMS (Facebook ไม่แน่ใจ) ได้เลย (สะดวกดีเวลาดูรูปเพื่อนเก่าๆแล้วอยากคุยตอนนั้น ไม่ต้องมานั่งสลับไป Contacts แล้วนั่งหาชื่อ จิ้ม ส่ง สบาย สบาย)
  • Direct Call = กำลัง SMS ใครอยู่แล้วคันปากอยากโทรคุย แค่ยกขึ้นมานาบหูก็โทรออกเลย ไม่ต้องกดเบอร์กดโทร สะดวกมั้ยล่า (ไม่รู้ว่าจะใช้กับพวก Whatsapp ได้ไหม ถ้าได้นี่เก๋เลยนะ)
  • Pop Up Play = สามารถเล่นวิดีโอพร้อมๆกับเล่นเวปหรือใช้ App อื่นได้ (ไม่แน่ใจว่าใช้กับ Youtube/ หรือดูภาพหรือ Appอื่นได้ไหม)
  • Smart Stay = ปกติแล้วจอเราจะชอบดับเองเวลาไม่ใช้งานนานๆต้องมานั่งจิ้มจอ แต่อัีนนี้จะตรวจจับตาของเรา แล้วไม่หน้าจอจะไม่ดับจนกว่าเราจะเลิกมอง… ผมชอบนะสะดวกดีเวลาอ่านอะไรอยู่ ไม่ต้องมานั่งจิ้มจอ
  • Smart Alerts = ปกติเวลามือถือเราเตือน มันก็จะเตือนแค่ตอนข้อความเข้า แต่อันนี้ถ้าเราวางทิ้งไว้แล้วมาหยิบครื่อง มันก็จะเตือนตามที่เราตั้งไว้ด้วย

 

    • S Beam = คล้ายๆกับ Android Beam แต่มีเพิ่ม Wifi Direct เข้าไปด้วย ทำให้ส่งไฟล์ได้เร็วมากกว่ามีแค่ NFC ธรรมดา
    • AllShare Play = เพิ่มประสิทธิภาพของ DLNA ในอุปกรณ์ทุกอย่างของ Samsung (SmartTV,Notebook,Tablet,Smartphone) สามารถแชร์ไฟล์และเข้าถึงไฟล์ที่อยู่ในวง Wifi เดียวกันได้อย่างสบายๆ (เช่นเราสามารถให้ทีวีเปิดไฟล์ที่อยู่ใน notebook เราออกทีวีได้ หรือแชร์คลิปในมือถือออกไปทีวีเป็นต้น)
    • AllShare Cast = ทำให้หน้าจอทีวีกลายเป็นเหมือน อีกจอที่แสดงผลพร้อมกัน เช่น เราถ่ายรูปมาแล้วอยากอวดที่บ้าน ก็ส่งขึ้นทีวีแล้วเราก็เลื่อนรูปผ่านมือถือได้เลยสะดวกมาก หรือแม้กระทั่งเล่นเกมส์ก็ขึ้นจอใหญ่สบายๆ! โดยไม่ต้องต่อสายใดๆเลยจ้า (แต่ทีวีต้องรองรับด้วยนะ)
    • Buddy Share = จากข้างบนที่มี Social Tag เราสามรถจิ้มหน้าคนนั้นแล้ว Share ผ่านทางช่องทางต่างๆได้สบายๆ ไม่ว่าจะเป็นทาง E-mail หรือ Social Media อื่น
  • ขอบคุณข้อมูล จากศูนย์ซัมซุง 
1 ความเห็น »

คน คือ สิ่งมีชีวิต ที่เข้าใจยากที่สุด

……….เค้าว่ากันว่า รู้หน้าไม่รู้ใจ   บางที รู้ใจ ก็ไม่รู้ความคิด

คนเปลี่ยนความคิดได้ตลอดเวลา  ไม่เคยมีอะไร หยุดนิ่ง ……………..

ฉนั้น คน  เลยเปลี่ยนไป  ตลอด ไม่เคยมีใคร เลย ที่จะเหมือนเดิมไปได้ตลอดนิรันด์

              ไม่ได้เป็นคนโง่ อะไร มากมาย แต่ ไม่เคยเข้าใจคนเลย

หรือ เราง่าย ๆๆ เกินไป  อะไรที่ซับซ้อนเลยไม่เข้าใจ….  ทำตัวง่ายๆ  ให้เข้าใจง่าย ๆ ได้ ป่ะ  เหนื่อย

1 ความเห็น »

ใส่ใจ กัน เบา เบา

        เคยได้รับการใส่ใจ  และเคยใส่ใจใครไหม    

                          เธอ เอายาแก้ไอมาให้  เพียงเพราะฉันโพส ไว้ว่า .. ไออีกแล้ว  ไม่หายสักที …

…เธอ พยายามเดินหา ดอกกุหลาบ สีม่วง  เพียงเพราะฉัน ชอบสีม่วง  ในวัน Valentine .

                     และเธอบอกว่า  เราจะยังคบหากัน ไปจนแก่ เลย ทีเดียว บนยอดดอยที่หนาวที่สุดในสยาม

เธอ คือ มิตรภาพ ที่น่ารัก ของฉัน  แต่เธอเป็นคนที่ร้ายกาจ  แต่ฉันรู้ ว่าเธอเป็น คนดีที่สุดคนนึง…

             เธอเป็นคนที่ พูดเก่ง ที่สุดในโลก และฉัน ก็ยังพร้อมที่ จะฟังเธอ ……

                 ………….เธอ มักบอกว่า ฉันดุ  แต่ก็นั่นแหละ ก็เพราะฉันเป็นห่วงเธอ …………….

                                 ใคร ๆ ก็ ว่า เธอเป็นคนเก่ง และโชคดี  แต่เธอมักคิดว่าตัวเธออาภัพที่สุดในโลก  แต่ก็อีกแหละ เธอไม่เคยจนหนทาง…

เธอใส่ใจฉันเสมอ  จนใจ คิดว่า บางที ฉันใส่ใจเธอน้อยไป  หรือเปล่า ???    แต่ ก็นะ   ฉัน มัน เป็นคนอย่างนี้แหละ >>> บางทีใครก็ว่าฉัน เย็นชา..

     เธอจดจำทุกคำพูดและข้อความ  แต่ฉัน ไม่ค่อย ใส่ใจอะไรพวกนั้น ….อาจเป็นเพราะความจำฉันไม่ค่อยดี  หรือเปล่า ..

           หรือเป็นเพระเธอใส่ใจ   แต่ฉันไม่ใส่ใจ………  แต่ถ้าถามว่า   ….

                                เธอรักฉัน หรือ เปล่า แอบเข้าข้าง ตัวเอง ว่าเธอรักฉัน เพราะเธอบอกอย่างนั้น   และฉันก็รักเธอนะ 

มิตรภาพ  นิรันดร์  ของฉัน By Mukmik.

5 ความเห็น »

Sleeplate.

Chapter.1 หลับ

หลังจากที่นั่งหลังขดหลังแข็ง  มาหลายชั่วโมง  กับหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ  ของคอมพิวเตอร์เครื่องโปรดของฉัน  โลกกว้างในกรอบสี่เหลี่ยม เล็ก ๆ  ของฉัน  ทีอยู่เป็นเพื่อนที่ดีกับฉันเสมอ  มีตัวอักษรวิ่งผ่าน Timeline เข้ามาเป็นประโยคจากเพื่อนคนนึง  “คืนนี้ฝนตก  คงนอนหลับสบาย ”   (หือ จริงหรือ ฝนตก ไม่เห็นรู้เรื่องเลย ฉันคิดอย่างนั้น  )

ฉันลุุกขี้นเดินออกไปยังห้องนอน  เปิดม่านที่ปิดสนิทไปยังปลายสุด  ลากผ้าที่ปิดกั้นฉันจากโลกกว้างออกไป  ด้วยการออกแบบ ที่เป็นกระจกจากบนสุด จรดพื้น   ฉันมองเห็นโลกอีกครั้งเป็นแบบ 180 องศา แสงระยิบระยับของดาวบนดินย่านรัชดา ยังคงเหมือนเดิม และที่เหมือนเดิม คือความเงียบงัน  ทั้ง ทั้งที่ฉันอยู่ท่ามกลางใจเมืองมองเห็นแสงสี ของที่่แห่งนี้ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา  

                                              ท้องที่แห่งนี้ แสงสีของที่นี่มีทั้งวันทั้งคืนจริง ๆ แต่แปลก วันนี้ทำไม เงียบจัง  เงียบกว่าทุก ๆ วันที่ผ่านมา   …..  ที่ริมกระจก ฉันเปิดหน้าต่างบานนึงออก ผลักมันออกไปให้สุด เหมือนกัน  และโผล่หน้าออกไป มีลมโกรกผ่านหน้าฉันเบา ๆ เปรียบประนึงมีคนมาปลอบ ฉันอยู่ใกล้  ๆ   ฉันสูดลมหายใจเข้าไปในปอดลึก ได้ยืนรับลมเอื่อย ๆ แบบนี้  ฉันรู้สึกปรอดโปร่งขี้นเยอะเลย  ฉันสูดลมหายใจเข้าแรง ๆ อีกครั้ง ครั้งนี้มันมาพร้อมกลิ่นฝน ปะปนมาด้วย ….  ^^    คืนนี้ ฝนต้องตกแน่ ๆๆ ฉันได้กลิ่นของมัน(นึกถึงประโยคที่เห็นจากคอมพิวเตอร์ของพี่ ที่โพสขี้นมาทันที ) …………….. แต่เมื่อแหงนมองท้องฟ้าอีกครั้ง ฟ้าโปร่งนี่น่า ……………… มันจะตกได้อย่างไร …..จมูกฉันเพี้ยน ไปหรือ นี่ .. เป็นไปได้   

                              และนี่ เป็น ตี 3 ของวันใหม่เข้าไปแล้ว ฉันยังคงนอนไม่หลับเหมือนเดิม ยังคิดถึงเรื่องฝัน คืนก่อน แล้ว ยัง หวาดไม่หาย ถ้าฉันหลับลงไปอีกครั้ง ยังจะฝันแบบนั้นอีกหรือเปล่า ไม่น่าเลย ฝันแบบนี้ซ้ำ ๆ กัน ฉันคงกลายร่างเป็นแพนด้า ในสักวัน ………….

11 ความเห็น »

หลับ

กึก ๆๆๆ เสียงฝีเท้ากึกก้อง ดังเข้ามาที่โสตประสาท เสียงนี้ อีกแล้ว ฉันพยายามแพ่งมองออกไปยังสถานที่มืดมิดแห่งนี้้ ที่ไหนกัน ฉันเห็นรู้สึกคุ้นเคยอย่างไรพิกล แต่มันมืดจนมองไม่เห็นอะไรเลยแม้แต่ฝ่ามือของตัวเอง มืดจนไม่ทราบด้วยซ้ำว่า เสียงฝีเท้านั้น มาจากทางไหนกัน มันก้องกังวาล อยู่ในหัวฉันไปทุกทิศทุกทาง   แอ๊ะ นั่น ใคร แล้ว ที่นี่ ที่ไหนกัน ………………..
                                              เสียงนั้นเข้าใกล้ฉันมาทุกทีทุกที เสียงมันสะท้อน เหมือนผนัง ใช่ผนัง มัน ต้องเป็น ห้อง หรือ ถ้ำที่ไหนสักแห่ง มีคำถามผุดขี้นมาท่ามกลางความมืดมิด มากมาย…………….ยามมองตรงไปข้างหน้าฉันเริ่มเห็นแสงสว่างเรืองรองเข้ามาทีละน้อย แสงวูบวาบ นั้น เริ่มเข้ามาใกล้ ฉันเรื่อย ๆๆ มันสั่นไหววูบวาบ แปลก ไม่เคยเห็นลำแสงแบบนี้มาก่อน มันทำให้ฉันเริ่มเห็น ผนังตีกสูงตระง่าน มันโอบล้อมตัวฉัน ทำให้รู้สึกเหมือนมนุษย์ตัวจ้อย ที่อยู่ท่ามกลางสิ่งก่อสร้างมหึมา ขณะที่มัวมองหาที่สิ้นสุดของความสูงอยู่นั้น พรึบ ….!!!

………………………แสงสว่าง ที่ว่านั้นอยู่ๆ ก็ จ้าขี้นมาเอามือปิดหน้า เปิดตาไม่ได้เลยทีเดียว อะไร กันนี้ อีกแล้วหรือ เฮ้อ !! ฉันสดุ้งสุดตัว อีกแล้ว ฉันฝันไป อีกแล้ว ………..ฉันตกใจตื่น พร้อมเม็ดเหงื่อ ที่ผุดพลายเต็มใบหน้า เสียงจังหวะก้าวเดิน ของใครก็ไม่รู้ ยังกึกก้องอยู่ในหัวฉันอยู่เลย

ตอน 2 sleeplate

8 ความเห็น »

เหมือนเวลา จะหมุนช้าลง ที่ เชียงคาน

              

อำเภอเชียงคานเป็นอำเภอเล็กๆ แต่มีความเป็นมายาวนาน มีทัศนียภาพริมแม่น้ำโขงงดงาม มีบ้านเรือนเก่าๆ ที่บนถนนเลียบชายโขง เป็นบ้านไม้ สองชั้น เป็นส่วนใหญ่ ประมาณตึกแถว ในยุคนั้น ซึ่งปัจจุบันได้ถูกปรับเปลี่ยนเป็นโรงแรม และเกรสท์เฮ้าส์เล็กๆ ที่มีความน่ารักอยู่ในตัว ร้านค้าน่ารักๆ  บ้างก็เป็นร้านกาแฟ บ้างเป็นร้านขายของที่ระลึก  สลับกัน ไป ทั้งสองฝั่งถนน บนเส้นนี้  แทบจะไม่เหลือ เป็นบ้านที่อาศัยกันจริง ๆ แล้ว ……….  สิ่งที่เริ่มเห็น  ในการมาครั้งนี้ คือ การสร้างโรงแรมที่พักใหม่ แล้วเอาไม้ มาปิดทับมองให้เหมือนบ้านไม้อีก ที  ไม่รู้ว่าเชียงคาน จะรักษา  ความเป็นตัวตนของเชียงคานได้อีกนานเท่าไหร่ กัน  ขอเป็นกำลังใจ ให้ การต่อสู้ เพื่อคงอยู่ของเชียงคาน   นะค่ะ

                   ที่นี่ เป็นแหล่งท่องเที่ยว ช่วงหน้าหนาว อีกที่นึง  ที่หลาย ๆ คนฝันอยากจะมากัน   ผู้คนที่นี่น่ารักเป็นมิตร  และก็ใจดี ค่ะ ที่สำคัญของกินอร่อย  อิอิ  เมนูแนะนำ หากใคร มาที่นี่ ก็อย่าพลาดเลย อย่างแรก คือ ข้าวเปียกเส้น  ปาทองโก๋ยัดไส้  ส้มตำ ไข่กระทะ  และอีกหลาย ๆๆ อย่าง ที่แวะทานกันไม่หมด ไม่ทั่วเลยทีเดียว  ส่วนร้าน กาแฟ ร้านโปสการ์ด ที่ มีค่อนข้างหลายร้าน  อทิเช่น  ร้านไอเดีย ดีดี  (เป็นร้านแรก ๆๆ ที่มีเลยทีเดียว)  รักเลย  ลมรำเพย  สุขสำราญ  จำเลยรัก  เฮือนน้อย คิดถึง ณ เชียงคาน  โน-เอล   จำไว้เลย   ฯลฯ  อีกหลาย ๆๆ ร้าน ที่ น่าสนใจ เลยค่ะ บางร้าน เป็นเกสท์เฮ้าด้านบน  สนทีราคา มี ตั้ง แต่ ประมาณ 300  ไปจนถึงพันกว่าบาท แล้วแต่ทำเล  ประเภท   และ ผู้บริหารจัดการ ..หุหุ    ออ หากไปช่วงวันหยุด  และ ช่วงหน้าหนาว  สำรองที่พักไปก่อนก็ดี นะค่ะ เพราะ อาจจะเจอที่พัก ที่ท่าน เล็ง ๆๆ ไว้ นั้น เต็ม ……………..

…………… ส่วนครั้งนี้ ที่ไป โจทย์ ที่ตั้งไว้ ของที่พัก คือ บ้าน ไม้ ติดชายโขง ที่ มัน เงียบ ๆๆ มี ที่ว่าง นั่งมองแม่โขง  ไม่วุ่นวาย  สบาย ๆๆ ชิล ๆๆ เลือก สุเนต์ตา  ซึ่งได้ข่าว ว่า ที่นี่ ฮอตฮิทมาก  จองล่วงหน้า ไว้ 2 เดือน เลยทีเดียว 555 

                                 ณ สุเนต์ตา  ไม่มี โทรทัศน์ ไม่ซี เพราะมาพักผ่อน ถ้ามานอนดูโทรทัศน์ นอนดูอยู่ที่บ้านก็ได้  ที่นี่ ต้องเดินเบา ๆ เพราะ เป็นพื้นไม้เดินลงเท้าหนัก ๆ จะได้ยินเสียงเอียดอ๊าด ของแผ่นไม้ เกรงใจคนอื่นเค้า   และเมื่ออยู่ในห้อง ต้องทำอะไรกันเบา ๆ  อั่น แน่อ่านมาถึงตรงนี้ คิดอารายกัน อะไรที่ว่า คือ คุยกันเบา ๆ เพราะ ห้องข้างๆ ห้องข้างล่าง จะได้ยินเสียงเราชัดแป๊ะ ….  ที่นี่ มีป้าอ้วน ทีใคร ๆต้องรู้จัก  ไม่เชื่อลองถามดูสิ ว่ามาสุเนต์ตา ใครบ้างไม่รู้จักแก … ที่นี่มีลานหลังบ้าน เป็นพื้นหญ้าโล่ง ๆ กับ เก้าอี้นอนชิล มองแม่น้ำแม่โขง  ในตอนเช้า ๆๆ และเย็น ๆๆ ส่วนตอนเที่ยงใครอยากจะนอนชิล ก็ไม่ว่า ส่วนเราคนนึงที่ไม่ เพราะ มานนนร้อน หุหุ .. ช่วงกลางวันแนะนำ ไปหาร้าน กาแฟ  นั่ง อ่านหนังสือที่ชอบสักเล่ม หรือ ออกตระเวนไหว้พระ ตามวัดที่นั่น ค่ะ  คนที่นี่อัธยาศัยดี อยากรู้อะไร  อย่างไร ที่ไหน ถามได้หมด ค่ะ และได้มีโอกาศ จกเข้าเหนียว เป็นมื้อเช้า แบบเชียงคาน กับคนเชียงคานด้วยคะ  บอกตามตรงไม่เคยกินข้าวเหนียวกับกับข้าวอย่างอื่น นอกจากข้าวเหนียวส้มตำเลยค่ะ มากิน ครั้งแรก ที่นี่แหละ … คุณป้า ยังอุตสาห์ นั่ง เป็นเพื่อน เราอีก (มาบอกทีหลังจิงอิ่มแล้ว แต่อยากนั่งกินต่อ เป็นเพื่อนเรา ) 555

การเดินทางไป อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย

อ.เชียงคาน จ.เลย เป็นอำเภอเล็กๆอันสงบงามริมน้ำโขง จากตัวเมืองเลยไปตามทางหลวง 201 ราว 50 กม.

การเดินทางโดยรถยนต์

  • จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) เดินทางไปจนถึงสระบุรี แล้วไปต่อยังทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ผ่าน อ.ปากช่อง ลำตะคอง แยกซ้ายไป อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201 ผ่าน อ.ด่านขุนทด เข้าสู่ จ.ชัยภูมิ แยกขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 201 ต่อ ไปยัง อ.คอนสวรรค์ อ.แก้งคร้อ อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ อ. ชุมแพ จ.ขอนแก่น จากนั้นไปต่อยังทางหลวงหมายเลข 12 แล้วแยกซ้ายไปทาง อ.คอนสาร จากนั้นแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 201 อีกครั้ง เพื่อเข้าสู่เขตจังหวัดเลย แล้วมุ่งตรงผ่าน อ.ภูผาม่าน อ.ภูกระดึง อ.วังสะพุง เข้าตัวเมืองเลย แล้วแยกขวา ไปตามทางหลวงหมายเลข 201 มุ่งสู่ อ.เชียงคาน รวมระยะทางกรุงเทพฯ ประมาณ 587 กม.
  • จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ผ่านตัวเมืองสระบุรี ตรงเข้าทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ ตรงเข้าทางหลวงหมายเลข 203 ผ่านอำเภอหล่มสัก หล่มเก่า เข้าเขตจังหวัดเลย ที่อำเภอด่านซ้าย อำเภอภูเรือ ถึง ตัวจังหวัดเลย เข้าตัวเมืองเลย จากทางหลวงหมายเลข 203 ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 201 มุ่งสู่ อ.เชียงคาน
7 ความเห็น »

อาทิตย์ลับฟ้า ณ ภูเรือ

20/11/2011   เคยไปที่สูง ๆๆ กันหรือเปล่า  พวกคุณว่า หนาวมั้ย  

                                               เค้าว่ากันว่า ยิ่งสูง ยิ่งหนาว  มันเป็นเรื่องจริง ค่ะ   เรามาที่นี่  ด้วยประสงค์ของสาวน้อยคนนึงที่ภูมิใจนำเสนอทริปพระอาทิตย์ตก ณ ภูเรือ เธอบอกว่าที่นี่อากาศหนาวมาก  เราก็เตรียมตัวให้เหมาะกับอากาศโดยเปลี่ยนเป็นกางเกงขาสั้น กับ เสื้อตัวยาว ๆ 1 ตัว  ระหว่างทางขี้นภูอากาศหนาวเย็นเริ่มเข้ามาประทะกับเราแล้วละค่ะ …..  สามารถเปิดกระจก รับลมหนาว ๆๆกันได้เลย   ดีกว่า แอร์คอนนิชันเนอร์ในรถเสียอีก   ฉันเปิดกระจกลงมาครึ่งนึง รับลมเย็นไปพร้อม ๆๆ กับกลิ่นไอของธรรมชาติ   โว้วววววววววววว  สดชื่นจังเลยอ่ะ    ได้สักพัก ก็ต้องเอนตัวซุกตัวกับเบาะที่นั่งด้านข้างคนขับ ….. ไม่กล้าเอาหน้าไปปะทะลมเย็นตรง ๆๆ เรายิ่งขี้นมาสูง อุณภูมิอากาศยิ่งต่ำลงไปเรื่อย ๆ  พร้อม ๆๆ กับ เส้น ทางที่เริ่มคดเคียวไต่ไปตามเนินเขาสูงขี้นเรื่อย ๆๆ ค่ะ   วันนี้้ได้คนขับแสนดี  ขับรถเข้ามาตามถนนที่คดเคี้ยว เส้นนี้โดยไม่บ่น สักคำ (บางทีอาจจะแอบบ่นอยู่ในใจ  คิคิ)  เมื่อมาถึงจุดหมาย    ออ  ที่นี่ ขับรถขี้นมาได้ถึงยอดภูเลยค่ะ จอดรถไว้ที่ลานกางเต้น  ที่เป็นป่าสน  อืมเป็นสนสามใบ นะค่ะ  ช่วงหนาว ๆๆ บรรยากาศคงดีมากเลยละ    ณ จุดนี้ จะมีรถสองแถวของทางอุธยาน ให้บริการค่ะ  เที่ยวละ 10 บาท ระยะทาง ประมาณ 1 กม.  ใครจะเดินขี้นไปก็ได้  แต่เนื่องจากเรามาเย็นมาแล้ว พระอาทิตย์คล้อยต่ำลงทุกที …………….  ในที่สุดเราก็มาถึงจนได้    ยอดภูเรือ   สุดหนาวในสยาม

 

 

ขี้นมาบนนี้ตอนบ่ายมากแล้ว  ยังคิดอยู่ว่า จะมาทันพระอาทิตยต์ตกมั้ยนี่  คนขับรถที่แสนดี ก็บอกว่าทันสิ  จากการคำนวน จะระยะของเส้นทาง ต้องทันสิ แต่ด้วยโค้งที่นับไม่ถ้วน  ก็ดูเหมือน อาจจะลังเล เล็กน้อย แต่ ในที่สุดเราก็มาเหยียบ ภูเรือ  ประมาร 5โมงเศษ  บนความสูเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ที่ 1,365 เมตร  จุดนี้เป็นจุดสูงสุดของอุทยาน  เป็นลานหินกว้าง  จะเห็น ต้นสนอยู่สองประเภท คือ สนสองใบ ที่ขี้นตามธรรมชาติ และ สนสามใบ ที่มีการนำมาปลูกเพิ่ม  จากจุดนี้ ถ้าวันฟ้าโปร่งเราจะเห็นแม่น้ำโขงได้เลยทีเดียว

แต่สำหรับวันนี้  ไม่รู้ว่าด้วยเพราะแสงพระอาทิตย์ ที่เริ่ม จะลาลับฟ้า หรือ อะไร ทำให้มองเห็นเป็นหมอกบาง ๆๆ อยู่เบื้องล่าง ลมโชยอ่อน ๆนำพาความเย็น มาปะทะใบหน้า  พร้อมด้วยกลิ่นอายของโอโซนอากาศ บริสุทธิ์มันสดชื่นอย่างนี้ นี่เอง  การได้ท่องเที่ยว ในสถานที่ แบบนี้ ในวันธรรมดา มันดีอย่างนี้นี่เอง เราไม่ต้องไปเบียดเสียดกับผู้คนมากมาย ที่ต่าง มุ่งหน้าหนีความวุ่นวายจากเมืองกรุง   ที่นี่ วันนี้ เงียบสงบ  มีคนเหลือ อยู่บนภูเป็นชุดสุดท้ายของวัน ประมาณ 5 คนเห็นจะได้  ทุกคนต่างทักทายกันด้วยรอยยิ้ม ที่แสดงความเป็นมิตร    มีโอกาศได้คุยกับพี่สาว 2 คน ที่ขี้นมาถ่ายรูป ที่จุดชมวิว  บ้านพี่เค้าที่กรุงเทพ น้ำท่วม เลยถือโอกาศช่วงหนีน้ำ  ชวนกันมาเที่ยวที่ เลย  กันสองคน   เฮ้อ  ตอนเราอายุเท่าพี่ ๆ เค้า เราจะยังมีเพื่อน ที่ยังไปไหนมาไหนแบบนี้อยู่อีกหรือไม่น๊า …. และก่อนกลับ สาวน้อย ได้สะกิดให้เราดูพี่สาวสองคนเดิม แล้ว บอกว่า อนาคตเรา …  ^^   5555  ขอให้เป็นจริงนะที่รัก … ไม่รู้ ว่าสาวน้อย คนนั้น จะจำคำพูดนี้ได้อีกมั้ย  …. แต่อยากจะบอกว่าเราอิ้งเลยทีเดียว หุหุ 

การเดินทาง : จากกรุงเทพ ครั้งนี้ เน้นไปตามเส้นทาง 201 เนื่องจากปลายทางของเราสิ้นสุดที่แม่โขง เชียงคาน โดยออกจากกรุงเทพ  ขับออกไปทางถนนมิตรภาพ สาย 2 /AH12  —>  ผ่านสระบุรี  ออกปากช่อง  สี่คิ้ว  มุ่งหน้าไปทางด่านขุนทด —> ใช้ทางออก 201  เข้าสู่ชัยภูมิ  วิ่งตรงไปเรื่อย ๆๆ  มุ่งหน้า ยังจังหวัดเลย  ผ่านภูกระดึง ตรงไป —> เลี้ยวซ้าย เข้าเส้น 203   เลี้ยวขวา ประมาณ กม. ที่ 50 ตรงที่ว่าการอำเภอภูเรือ ตรงตลาดนัด ในตัวอำเภอค่ะ

9 ความเห็น »

วันวาน ผ่านเลยไป

                            เดือน นี้ เดือน อะไร   พฤศจิกายน หรือ  พฤศจิกายน สำหรับฉันผ่านไปกี่ครั้ง แล้ว แล้ว เธอละพฤศจิกายน ของเธอผ่านไปกี่ครั้งแล้ว

แล้ว คน ที่เรารู้จีก ผ่าน ไปกี่คนแล้ว   แล้ว ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน กี่คน    1 ปีมานี้ รู้ จักคนเพื่ม กี่คน….. 

                                 รู้จักคนใจดี กี่คน  ….  รู้จักเพื่่อนกี่คน   …..  รู้จักคนสำคัญกี่คน……  ?????   จำกันได้หรือเปล่า

แล้วเค้าเหล่านั้น ละ จะจำเราได้หรือเปล่า  หรือ ว่าลืมกันไปแล้ว……………………. 

         แต่อยากบอกว่าไม่ได้เสียใจ   ที่รู้จักคุณนะค่ะ   สิ่งไหนผิดพลาดไป  เรารู้ว่าเป็นการตัดสินใจของเราเอง  เราต้องรับผิดชอบความรู้สึกตัวเอง   U   U

2 ความเห็น »

ข้าวซอย ศรีนครินทร์

ร้านข้าวซอย แห่งนี้ ตั้ง อยู่บนถนนศรีนครินทร์  มุ่งหน้า ไปยังเทพารักษ์  เดินผ่าน ร้านนี้บ่อยมาก  เพราะอยู่ใกล้กับ office  แต่ไม่มีโอกาศได้แวะมาทานซักที

วันนี้ได้มีโอกาศแวะมาลองทาน  มีทั้งข้าวซอยไก่  และ ข้าวซอยเนื้อ ค่ะ …. ยังมีอาหารเหนือ อีกหลายอย่างด้วยค่ะ  แต่เอาไว้ก่อน ทานไม่หมด ค่ะ ^^

ก่อนอื่น เรามารู้จักข้าวซอยกันดีกว่า ค่ะ 

ข้าวซอย คืออาหารพื้นเมืองทางภาคเหนือของประเทศไทย  เดิมเรียกว่า “ก๋วยเตี๋ยวฮ่อ” เป็นอาหารที่คล้ายเส้นบะหมี่ ในน้ำซุปที่ใส่เครื่องแกง รสจัดจ้าน มีเครื่องเคียงได้แก่ ผักกาดดอง หอมหัวแดง และมีเครื่องปรุงรส เช่น พริกผัดน้ำมัน น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาล ในตำรับดั้งเดิมเนื้อที่ใช้เป็นเนื้อไก่ หรือเนื่้อวัว  

ร้านที่นี่ เป็นบ้านไม้เก่า อยู่ริมถนน ก่อนถึงเอกไพริน  ทำกันเอง  ขายกันเอง ในครอบครัว  ไม่มีเด็กเสริฟค่ะ  คุณ ลุงแกบอกว่า  ตอนนี้ คนน้อย ลง  ตามกาลเวลาที่เปลี่ยนไป ร้านอาหารผุดขี้น มากมายบริเวณนี้   เหมือนลุงแกจะทำใจ  ร้านนี้เปิดประมาณ  10 โมงค่ะ  รสชาติเป็นงัย ดีกว่า ที่ไหนบ้าง ไม่รู้ เพราะนี้ คือ ครั้งแรกในการได้ลิ้มลองข้าวซอย เลยไม่รู้ว่า จะเอาไปเปรียบเทียบ กับ ที่ไหน   ไว้ ลอง ได้ชิม ที่อื่น แล้วค่อยว่ากัน อีกที  แต่ ก็อร่อย ดีค่ะ พี่ไส้อั่วด้วยคะ ……………….  ใครผ่านไป ผ่าน มา ก็แวะซิมกันได้ ค่ะ …..  ^^

 

2 ความเห็น »